สรุปวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

สรุปวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

สิ้นปีทีไร เจ้าของธุรกิจโดนมัดมือชกให้จ่ายภาษีนิติบุคคลประจำปีทุกที เพราะไม่เคยรู้ว่าวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลนี้คำนวณอย่างไร และพอถึงเวลาก็ต้องรีบๆ จ่ายภาษีเพราะว่าเดดไลน์เสียแล้ว จะดีกว่าไหมถ้าเราเข้าใจว่าภาษีนี้คำนวณมาอย่างไรแบบง่ายๆ เท่าที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ บทความนี้นุชจะสรุปการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างง่าย พร้อมตัวอย่างประกอบมาให้ทุกคนทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันค่ะ

ภาษีเงินได้นิติบุคคลคืออะไร?

ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax: CIT) คือ ภาษีที่จัดเก็บจากนิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่มีเงินได้จากการประกอบธุรกิจ

ดังนั้น ใครที่จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล และจ่ายภาษีจากผลกำไรเป็นประจำทุกปีนะคะ

วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

เมื่อพูดถึงวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ก่อนอื่นเราต้องแยกความแตกต่างระหว่าง “กำไรทางบัญชี” กับ “กำไรทางภาษี” ให้ได้ค่ะ เพราะว่าทั้ง 2 สิ่งนี้ มีหลักการในการคำนวณที่แตกต่างกัน

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กำไรทางบัญชี กำไรทางภาษี ต่างกันยังไง
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กำไรทางบัญชี กำไรทางภาษี ต่างกันยังไง

กำไรทางบัญชีคืออะไร?

กำไรทางบัญชี คือ กำไรที่คำนวณจากรายได้หักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามมาตรฐานที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด เมื่อเราบันทึกบัญชีเรียบร้อยแล้ว เราจะสามารถเห็นสรุปกำไรทางบัญชีนี้ในงบกำไรขาดทุน โดยมีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่สำคัญ คือ

  1. รายได้ทางบัญชี คือ ยอดขายสินค้าหรือบริการที่บันทึกตามหลักการบัญชี
  2. ค่าใช้จ่ายทางบัญชี คือ รวมทั้งต้นทุนการผลิต เช่น วัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน พูดง่ายๆ ว่าตอนทำธุรกิจเกิดรายจ่ายอะไรบ้าง ก็นำมาบันทึกบัญชีให้หมด

ยกตัวอย่างวิธีคำนวณกำไรทางบัญชี

หากกิจการ A มีรายได้ปีละ 100 ล้านบาท มีต้นทุนการผลิต 70 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 10 ล้านบาท

กำไรทางบัญชี = รายได้ – ค่าใช้จ่าย

กำไรทางบัญชี = 100 – (70+10) = 20 ล้านบาท

กำไรทางภาษีคืออะไร?

กำไรทางภาษี คือ กำไรที่คำนวณตามกฎหมายภาษีตาม เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ทวิ  และ เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี ซึ่งตั้งต้นจากกำไรทางบัญชี > ปรับปรุงทางภาษี > ได้เป็นกำไรทางภาษี ตามสมการนี้ค่ะ

กำไรทางภาษี = กำไรทางบัญชี +- รายการปรับปรุงทางภาษี

เหตุผลเพราะว่า รายได้และค่าใช้จ่ายทางภาษีนั้น มีนิยามในการรับรู้แตกต่างกันกับทางบัญชีค่ะ ดังนี้

  1. รายได้ทางภาษี คือ รายได้ที่กฎหมายภาษีอากรรับรู้ เช่น ถ้ากิจการขายของได้เงิน 100 บาท แต่ราคาตลาด 120 บาท แม้รายได้ทางบัญชีเท่ากับ 100 บาท แต่ทางภาษีบอกว่า ไม่ได้ๆ รายได้ทางภาษีต้องเป็นตามราคาตลาด คือ 120 บาท จ้า
  2. ค่าใช้จ่ายทางภาษี คือ ค่าใช้จ่ายที่กฎหมายภาษีอากรอนุญาตให้หัก เช่น ถ้ากิจการจ่ายเงินออกไปค่าซื้อผักมาเป็นวัตถุดิบร้านอาหาร 50 บาท แต่ไม่มีเอกสารใบเสร็จรับเงินทางภาษีรับรอง แม้ว่าบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ 50 บาท แต่ทางภาษีบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามทางภาษี เราก็อดเอารายจ่ายนี้มาหักออกจากรายได้ค่ะ

ยกตัวอย่างวิธีคำนวณกำไรทางภาษี

หากกิจการ A มีรายได้ปีละ 100 ล้านบาท มีต้นทุนการผลิต 70 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 10 ล้านบาท

กำไรทางบัญชี = รายได้ – ค่าใช้จ่าย

กำไรทางบัญชี = 100 – (70+10) = 20 ล้านบาท

แต่เมื่อไปเช็กเอกสารทางภาษีแล้ว มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี 5 ล้านบาท ทำให้ต้องปรับปรุงกำไรทางภาษี เพื่อให้มีกำไรเพิ่มขึ้น (เพราะใช้รายจ่ายบางส่วนไม่ได้)

กำไรทางภาษี = กำไรทางบัญชี +/- รายการปรับปรุง

กำไรทางภาษี = 20 ล้านบาท + 5 ล้านบาท = 25 ล้านบาท

ข้อสังเกตุ: จากตัวอย่างนี้ ทุกคนน่าจะพอสังเกตได้ว่า วิธีการคำนวณกำไรทางภาษีนั้น มี 2 จุดที่โฟกัส

  1. ตั้งต้นคำนวณจากฐานกำไรทางบัญชี เพราะมีการบันทึกบัญชีเป็นพื้นฐานมาแล้ว จะได้ไม่ต้องมาเริ่มจากศูนย์ใหม่ ทีละรายการเพื่อคำนวณกำไรทางภาษี
  2. รายการปรับปรุงมีผลทำให้ภาษีเพิ่มหรือลดลง

4 ขั้นตอนการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

เจ้าของธุรกิจทุกท่านน่าจะเข้าใจความแตกต่างระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีกันไปแล้ว ซึ่งถือว่าเราเก่งมากแล้วค่ะ สำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ ถัดมาถ้าอยากเก่งขึ้นไปอีก เรามาทำความเข้าใจกับวิธีการคำนวณภาษีเงินได้ นิติบุคคลกันค่ะ

วิธีการคำนวณภาษีเงินได้ นิติบุคคลนั้น มีหลักการสำคัญที่ต้องคำนวณ 3 ขั้นตอนด้วยกัน ซึ่งประกอบด้วย

1. ปิดบัญชี

อย่างที่บอกไปตอนแรกว่า ก่อนจะคำนวณกำไรทางภาษี เพื่อสรุปยอดการจ่ายภาษีนิติบุคคลประจำปีได้ เราต้องมีข้อมูลทางบัญชีให้ครบถ้วนเสียก่อน

ขั้นตอนแรกที่เราต้องทำให้สำเร็จ คือ การส่งข้อมูลให้นักบัญชีปิดบัญชี หรือปิดงบการเงิน ให้ครบถ้วน ซึ่งนักบัญชีจะเอาเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่ได้รับ ไปบันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชี เพื่อให้ได้ตัวเลขสุดท้ายของรายได้และค่าใช้จ่ายทางบัญชีค่ะ

เอกสารที่จำเป็นสุดๆ สำหรับการปิดบัญชีประจำปี ได้แก่

  • Bank Statement
  • เอกสารรายได้ และใบเสร็จรับเงิน
  • เอกสารค่าใช้จ่าย และใบเสร็จรับเงิน
  • รายงานสินค้าคงเหลือ
  • รายงานเงินเดือนพนักงาน

โดยการปิดบัญชีนั้น นักบัญชีต้องบันทึกตัวเลขในบัญชีต่าง ๆ ให้ตรงกับความจริง จากนั้นทำบัญชีแยกประเภทให้เรียบร้อย เมื่อปิดบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจสอบความถูกต้องของยอดคงเหลือจากบัญชีแยกประเภทได้โดยการทำงบทดลอง เพื่อใช้คำนวณหากำไรสุทธิทางบัญชีก่อนจะนำไปปรับปรุงรายการทางภาษีตามกฎหมายต่อไป

ทบทวนอีกครัั้งสมการบัญชี กำไรสุทธิทางบัญชี = รายได้ – ค่าใช้จ่าย

ถ้าใครให้ข้อมูลนักบัญชีไม่ครบถ้วน เท่ากับว่า ติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก การคำนวณภาษีประจำปีของเราก็จะผิดพลาดไปตามระเบียบค่ะ

2. รายการปรับปรุงทางภาษี (บวกกลับ หักออกทางภาษี)

เมื่อเราได้กำไรทางบัญชีมาแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การปรับปรุงรายการทางภาษี เพื่อปรับปรุงกำไรทางบัญชีให้เป็นกำไรทางภาษีด้วยการบวกกลับ และหักออกรายการทางภาษีค่ะ

ในการปรับปรุงรายการทางภาษีนั้น นักบัญชีจะช่วยสำรวจว่ามีรายการไหนที่เข้า 4 หมวดการปรับปรุงนี้บ้าง ซึ่งประกอบด้วย

ตัวอย่างทางบัญชีทางภาษีผลกระทบทางภาษีวิธีปรับปรุง
รายได้ทางภาษี– รายได้จากการขายของต่ำกว่าราคาตลาดไม่เป็นรายได้เป็นรายได้กำไรทางภาษีเพิ่ม => ภาษีเพิ่มบวกกลับ
รายการที่ไม่ใช่รายได้ทางภาษี– กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized)
– เงินปันผลจากบริษัทในเครือ
เป็นรายได้ไม่เป็นรายได้กำไรทางภาษีลด => ภาษีลดหักออก
ค่าใช้จ่ายต้องห้าม– ค่าปรับทางภาษี
– ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือเอกสารประกอบเพียงพอ
เป็นค่าใช้จ่ายไม่เป็นค่าใช้จ่ายกำไรทางภาษีเพิ่ม => ภาษีเพิ่มบวกกลับ
ค่าใช้จ่ายที่หักได้เพิ่ม– ค่าอบรม หักค่าใช้จ่ายได้เพิ่ม 2 เท่าไม่เป็นค่าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายกำไรทางภาษีลด => ภาษีลดหักออก

โดยรายได้ทางภาษีและค่าใช้จ่ายต้องห้าม ถือเป็นรายการบวกกลับ (Add Back) ส่วนรายการที่ไม่ใช่รายได้ทางภาษีและค่าใช้จ่ายที่หักเพิ่ม ถือเป็นรายการหักออก (Deduct) ในสมการคำนวณกำไรทางภาษี สรุปได้ตามนี้

กำไรทางภาษี = กำไรทางบัญชี +/- รายการปรับปรุง

กำไรสุทธิภาษี = กำไรสุทธิทางบัญชี + (รายการบวกกลับ−รายการหักออก)

กำไรสุทธิภาษี = กำไรสุทธิทางบัญชี + (รายได้ทางภาษี+ค่าใช้จ่ายต้องห้าม−รายการที่ไม่ใช่รายได้ทางภาษี-ค่าใช้จ่ายที่หักเพิ่ม)

วิธีคำนวณภาษีนิติบุคคล
วิธีคำนวณภาษีนิติบุคคล

3. อัตราภาษี

อัตราภาษี คือ อัตราที่ใช้คำนวณภาษีนิติบุคคลที่กฎหมายกำหนดไว้

  1. ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท มีอัตราภาษีแบบก้าวหน้า ก็คือ
  • ยกเว้นภาษี 300,000 บาทแรก
  • 15% สำหรับกำไร 300,001–3,000,000 บาท
  • 20% สำหรับกำไรเกิน 3,000,000 บาท

2. อัตราภาษีสำหรับธุรกิจทั่วไป

ธุรกิจที่ไม่เข้าเงื่อนไข SME จะมีอัตราภาษี 20% ของกำไรสุทธิทั้งหมด

เมื่อเช็กว่าธุรกิจของเราอัตราภาษีเป็นเท่าไร ก็เอาไปคูณกับกำไรสุทธิทางภาษี ตามสมการนี้

ภาษีเงินได้นิติบุคคล = กำไรทางภาษี x อัตราภาษี

อัตราภาษี
อัตราภาษี

4. ตัวอย่างการคำนวณภาษีนิติบุคคล

ต่อเนื่องจากตัวอย่างที่ผ่านมา เรามาดูวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลกันต่อเลยค่ะ

กิจการ A มีรายได้ปีละ 100 ล้านบาท มีต้นทุนการผลิต 70 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 10 ล้านบาท

กำไรทางบัญชี = รายได้ – ค่าใช้จ่าย

กำไรทางบัญชี = 100 – (70+10) = 20 ล้านบาท

แต่เมื่อไปเช็กเอกสารทางภาษีแล้ว มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี 5 ล้านบาท ทำให้ต้องปรับปรุงกำไรทางภาษี เพื่อให้มีกำไรเพิ่มขึ้น (เพราะใช้รายจ่ายบางส่วนไม่ได้)

กำไรทางภาษี = กำไรทางบัญชี +/- รายการปรับปรุง

กำไรทางภาษี = 20 ล้านบาท + 5 ล้านบาท = 25 ล้านบาท

อัตราภาษีของกิจการ A = อัตราทั่วไป 20%

ภาษีเงินได้นิติบุคคล = กำไรทางภาษี x อัตราภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล = 25 ล้าน x 20% = 5 ล้านบาท

สรุปแล้ว บริษัท A ต้องยื่นภาษีเงินได้ นิติบุคคลให้กับกรมสรรพากร และชำระภาษีประจำปีทั้งหมด 5 ล้านบาทนั่นเองค่ะ

สรุป

จะเห็นได้ว่า วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจหลักการเบื้องต้น และวิธีคำนวณภาษี สิ่งที่สำคัญก็คือ ถ้าอยากคำนวณภาษีเป๊ะ ต้องส่งเอกสารให้บัญชีอย่างครบถ้วน เพื่อให้มีกำไรทางบัญชีถูกต้อง และลองไปเช็กต่อว่ารายการปรับปรุงไหนที่ทำให้ภาษีเราเพิ่มหรือลดบ้าง บางทีอาจช่วยต่อยอดให้ทุกคนวางแผนภาษีธุรกิจตัวเองได้ดีขึ้นด้วยน้า

และสำหรับใครที่อยากยื่นภาษีเอง ให้เก่งกว่านักบัญชี ลองอ่านบทความนี้เพิ่มเติมได้เลยค่ะ : วิธียื่นแบบภาษีเงินได้ นิติบุคคลออนไลน์

ไม่อยากคำนวณภาษีเองให้ซับซ้อน ใช้บริการทำบัญชียื่นภาษี ติดต่อ Line: @zerotoprofit

ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ด้านบัญชีธุรกิจ ที่เชื่ออย่างสุดหัวใจว่า การทำบัญชีช่วยให้ธุรกิจมีกำไร ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง