อ่านงบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน) ใน 5 นาที

สอนอ่านงบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน) ใน 5 นาที

คนทำธุรกิจ ถ้าอยากรู้ว่ากิจการรวยขึ้นหรือไม่ พลาดไม่ได้ที่จะต้องอ่านงบดุล หรือที่ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน

งบนี้อาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นตาสักเท่าไรนัก สำหรับเจ้าของธุรกิจ เพราะส่วนใหญ่เรามักจะให้ความสนใจเรื่องผลดำเนินงานจากงบกำไรขาดทุนเสียมากกว่า

แต่ถ้าวันนี้เราอยากรู้ว่ากิจการร่ำรวยมั้ย แค่การอ่านงบกำไรขาดทุนได้อาจจะไม่เพียงพอ เพราะความจนหรือรวยของกิจการ นั้นต้องอ่านจากงบแสดงฐานะการเงินเท่านั้นจ้า

วิธีอ่านงบแสดงฐานะการเงินแบบเข้าใจง่ายๆ ภายใน 5 นาทีทำยังไง ลองตั้งสติแล้วมาหัดอ่านไปพร้อมๆ กันค่ะ

งบดุล คืออะไร ?

  • งบดุล หรือว่างบแสดงฐานะการเงิน คือ งบที่บอกว่า ณ วันนี้กิจการมีสถานะการเงินเป็นอย่างไรบ้าง หรือจะพูดง่าย ๆ ว่างบนี้เป็นงบที่บอกความรวยหรือจนของกิจการก็ไม่ผิด
งบแสดงฐานะการเงินคือ
งบแสดงฐานะการเงินคือ
  • งบแสดงฐานะการเงิน จะบอกสถานะการเงิน ณ วันใดวันนึง ซึ่งเวลาอ่านงบ ต้องดูดีๆ ว่าเรากำลังดูสถานะการเงิน ณ วันไหน เช่น ณ วันที่ 31 ธค. 65 อาจจะรวยหรือจนไม่เท่ากับ ณ วันที่ 31 ธค. 64

สมการของงบดุล

  • งบดุลนี้ เกิดจากสมการทางบัญชีที่มีเพียงสามตัวแปร ที่ว่า สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เสมอ
  • จึงเป็นที่มาที่ไปว่าทำไม เราเคยรู้จักงบนี้ ในชื่อว่า “งบดุล” ก็เพราะว่าฝั่งซ้ายต้องเท่ากับฝั่งขวาเสมอนั่นไงล่ะ
อ่านงบดุล ต้องรู้จักสมการนี้
อ่านงบดุล ต้องรู้จักสมการนี้

อ่านงบดุล ต้องเข้าใจ 3 องค์ประกอบนี้

ถัดมาทุกคนคงสงสัยใช่ไหมว่า องค์ประกอบทั้ง 3 ตัวของสมการเนี่ย มันคืออะไร…..เดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟัง

1.สินทรัพย์

สินทรัพย์ ก็คือ ของของกิจการ ที่ให้ประโยชน์กับเราในอนาคตค่ะ

เปรียบเทียบง่ายๆ แบบนี้

  • บุคคลธรรมดาอย่างเราๆ มีสินทรัพย์เป็นรถยนต์ใช้ขับไปทำงาน
  • ธุรกิจก็มีสินทรัพย์ของตัวเองได้ วัตถุประสงค์เพื่อหารายได้เข้ามาในธุรกิจ เช่น ธุรกิจร้านสะดวกซัก มีเครื่องซักผ้า 20 เครื่องเป็นสินทรัพย์ของธุรกิจ
สินทรัพย์คืออะไร
สินทรัพย์คืออะไร

สินทรัพย์ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ สินทรัพย์หมุนเวียน และไม่หมุนเวียน

1.สินทรัพย์หมุนเวียน

สินทรัพย์หมุนเวียน คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วภายใน 1 ปี เช่น

  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด นึกภาพง่ายๆ ก็คือ พวกเงินสดและเงินฝากธนาคารที่ไม่ได้เอาไปวางค้ำประกันเงินกู้ อยากถอนใช้เมื่อไรก็ทำได้ ไม่มีใครห้าม
  • ลูกหนี้การค้า ส่วนนี้คือ ลูกหนี้ที่เกิดจากการขายสินค้าแบบเงินเชื่อ และยังไม่ได้รับเงิน 
  • สินค้าคงเหลือ ชื่อก็ตรงตัวอยู่แล้ว มันคือ สินค้าที่เหลืออยู่ ณ วันสิ้นงวด เช่น พวกวัตถุดิบ งานระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ที่ยังขายไม่ได้
  • สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น คืออะไรก็ตามที่ไม่เข้าพวกสินทรัพย์ด้านบน ก็จะมารวมกันอยู่ตรงนี้

2.สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องน้อย ให้ประโยชน์หรือเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดได้ในเวลาเกินกว่า 1 ปี ยกตัวอย่างเช่น

  • ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ สินทรัพย์พวกนี้เป็นสินทรัพย์ที่ใช้สร้างรายได้เข้ามาในกิจการ ระยะเวลาการใช้งานยาวกว่า 1 ปี เช่น โรงงาน เครื่องจักร ข้อสังเกตของสินทรัพย์ชนิดนี้ จะมีลักษณะเฉพาะตัวของเค้าก็คือ จะมีค่าเสื่อมราคา ที่เป็นค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทุกๆปี เพราะการเสื่อมสภาพของสินทรัพย์ไป
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ถือเป็นสินทรัพย์ระยะยาวที่จับต้องไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ซอฟท์แวร์ต่างๆ ลิขสิทธิ์ต่างๆ ในแต่ละปีจึงมีการคิดค่าตัดจำหน่าย (คล้ายๆ กับค่าเสื่อมราคาแต่เรียกชื่อต่างกัน) เพื่อลดมูลค่าลงให้ใกล้เคียงประโยชน์ใช้สอยจริง

2.หนี้สิน

หนี้สิน คือ ภาระผูกพันที่เจ้าของธุรกิจจะต้องจ่ายคืนให้กับคนภายนอก เหมือนๆ กับหนี้ที่เราติดค้างเพื่อนๆ อยู่แล้วยังไม่จ่าย แต่อันนี้เป็นหนี้สินของธุรกิจ ที่เราอาจจะติดค้างกับซัพพลายเออร์ หรือธนาคารอยู่

หนี้สินคืออะไร
หนี้สินคืออะไร

หนี้สินก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ หนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน

1.หนี้สินหมุนเวียน

หนี้สินหมุนเวียน คือ ภาระผูกพันที่ต้องจ่ายคืนแก่คนภายนอกในระยะเวลา 1 ปี ยกตัวอย่างเช่น

  • เจ้าหนี้การค้า ส่วนใหญ่จะเกิดจากเจ้าหนี้การซื้อสินค้าและบริการ ที่เราค้างเค้าอยู่ยังไม่จ่ายออกไป ณ วันสิ้นงวด
  • เงินกู้ยืมระยะสั้น ง่ายๆ ตรงตามความหมายเลยค่ะ มันคือเงินที่ไปกู้คนอื่นมา แล้วต้องจ่ายคืนภายใน 1 ปีนั่นเอง ภาระของหนี้ตัวนี้อีกส่วน ก็คือ ดอกเบี้ยจ่าย หรือต้นทุนทางการเงินที่ไปโผล่ในงบกำไรขาดทุน
  • หนี้สินหมุนเวียนอื่น คือ หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ ที่เหลือจากการจัดกลุ่มด้านบนนั่นเอง

2.หนี้สินไม่หมุนเวียน

หนี้สินไม่หมุนเวียนนั้นเป็นภาระผูกพันที่กิจการต้องจ่ายชำระภายในระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี เช่น พวกเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะจ่ายหลังจาก 1 ปีข้างหน้า เป็นต้น

3. ส่วนของเจ้าของ (ส่วนของผู้ถือหุ้น)

ส่วนของเจ้าของ (หรือ ส่วนของผู้ถือหุ้น) ก็คือ ส่วนที่เหลือจากสินทรัพย์หักด้วยหนี้สิน (นิยามตรงตามสมการเป๊ะ) เสมือนเป็นสินทรัพย์สุทธิที่เหลือให้เจ้าของกิจการจริงๆ หลังจากการจ่ายคืนหนี้สินแล้ว

ส่วนของเจ้าของคือ?
ส่วนของเจ้าของคือ?

องค์ประกอบ 2 ส่วนหลัก ของส่วนของเจ้าของ ก็คือ

1.ทุนเรือนหุ้น

ทุนเรือนหุ้น คือ เงินที่หุ้นส่วนทุกคนลงทุนกันเพื่อทำธุรกิจนี้ ตัวเลขในนี้ตรงไปตรงมา ไม่ต้องตีความให้ยาก

2.กำไรหรือขาดทุนสะสม

กำไรหรือขาดทุนสะสม ซึ่งเป็นผลการทำธุรกิจมาตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน ถ้ามีกำไรหรือขาดทุนในแต่ละปีก็จะทบมาเรื่อยๆ และแสดงออกมาที่นี่

ส่วนตรงนี้จะช่วยบอกความสามารถของเจ้าของธุรกิจได้กลายๆ ว่าบริหารงานเก่งไหม

  • ถ้าโชคดีบริหารเก่งกิจการมีกำไรสะสม คือ กำไรที่หาได้ในแต่ละปีสะสมทบเข้าไปเรื่อยๆ ยอดนี้ก็จะโตวันโตคืน
  • แต่ถ้าโชคร้ายบริหารไม่ดี ส่วนตรงนี้จะกลายเป็นขาดทุนสะสมแทน เครื่องหมายก็จะกลายเป็นติดลบในงบนี้

ตัวอย่างงบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน)

เข้าใจความหมายของทั้ง 3 ตัวในสมการแล้ว เราลองเลื่อนมาดูตัวอย่างงบแสดงฐานะการเงินจริงกันบ้าง ว่าหน้าตาเป็นยังไง

  • ถ้าลองกวาดสายตาดีๆ จะเห็นว่างบนี้แบ่งเป็นสามส่วนหลักๆ  คือ สินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของ
  • ยอดรวมของสินทรัพย์ จะเท่ากับผลรวมหนี้สินและส่วนของเจ้าของเสมอ สังเกตุง่ายๆ จากลูกศรสีแดง ตามสมการที่ว่า สินทรัพย์ = หนี้สิน+ส่วนของเจ้าของ (แหม…สมการนี้ย้ำเหลือเกิน)
  • แต่ละส่วนก็จะมีองค์ประกอบย่อยๆ แบ่งออกไป ตามที่เราได้อธิบายกัน ซึ่งแต่ละธุรกิจก็จะมีลักษณะเฉพาะตัวและส่วนประกอบแตกต่างกัน

คำถามถัดมา ถ้าเห็นงบแสดงฐานะการเงินแบบนี้แล้วแปลว่าอะไร?

แปลความ งบดุล
แปลความ งบดุล
  • จากตัวอย่างนี้ แปลความง่ายๆ ได้ว่า ณ วันที่ 31 ธค x3 กิจการนี้มีสินทรัพย์ 336,300 บาท และหนี้สิน 65,340 บาท ส่วนของสินทรัพย์ที่มากกว่าหนี้สินนี้แสดงออกในรูปแบบของสินทรัพย์สุทธิ หรือส่วนของเจ้าของเท่ากับ 270,960 บาท  
  • สินทรัพย์ที่มากกว่าหนี้สินเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกๆ กิจการก็คาดหวังว่าจะมีสินทรัพย์มากๆ หนี้สินน้อยๆ เพื่อให้เหลือส่วนของเจ้าของเยอะๆ
  • แต่ถ้าอยากเห็นว่าเรารวยขึ้นกว่าเมื่อวานไหม แนะนำให้ลองเอางบไปเปรียบเทียบกับปีก่อนดู เช่น เทียบกับวันที่ 31 ธค x2 เพื่อดูว่าส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นบ้างมั้ย ถ้าเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมก็เป็นเรื่องที่ดี

สรุป เรารู้อะไรบ้างจากการอ่านงบดุล

พาทุกคนอ่านงบมาตั้งนาน พอจะรู้ไหมคะว่าอ่านงบนี้แล้ว ได้อะไรกลับไปบ้าง

สั้นๆ ง่ายๆ เลย สิ่งที่เราควรรู้จากการอ่านงบดุล ก็คือ

  • วันนี้กิจการมีสินทรัพย์อะไรบ้าง เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนและไม่หมุนเวียนเท่าใด
  • วันนี้กิจการมีหนี้สินอะไรบ้าง เป็นหนี้สินหมุนเวียนและไม่หมุนเวียนเท่าใด
  • สินทรัพย์ที่มี มีมากพอที่จะจ่ายคืนหนี้สินหรือไม่
  • กิจการเหลืออะไรเป็นส่วนของเจ้าของบ้าง
  • วันนี้กิจการรวยขึ้นจากเดิมหรือไม่ และทำอย่างไรจึงจะรวยขึ้น

เห็นมั้ยว่าแค่ลองอ่านงบแสดงฐานะการเงินเบื้องต้น ทุกคนก็พอจะเข้าใจสถานะการเงินของกิจการได้ดีขึ้นแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

และที่สำคัญอย่าลืม หาวิธีสร้างสินทรัพย์ให้งอกเงย ลดหนี้สินลง และสุดท้ายจะมีส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นสำหรับกิจการนั่นเอง

สำหรับเจ้าของธุรกิจคนไหนที่อยากไปได้ไกลกว่านี้ ลองต่อยอดหัดวิเคราะห์งบการเงินด้วยตัวเองได้ตามขั้นตอนนี้เลย: วิเคราะห์งบการเงินคืออะไร ทำยังไงได้บ้าง

ปรึกษาปัญหาบัญชีธุรกิจ หาโปรแกรมบัญชีที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ ติดต่อ

Line: @zerotoprofit หรือ https://lin.ee/36U1ks0Y

ติดตาม Zero to Profit ช่องทางอื่นได้ที่

Facebook: https://facebook.com/ZerotoprofitTH/

Blockdit: https://www.blockdit.com/zerotoprofit

ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บบล็อก Zero to Profit ที่อยากให้เรื่องบัญชีเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวสำหรับเจ้าของธุรกิจ